วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565

เทคโนโลยีใหม่

 ประชากรโลกทั้งใบ ณ ปี 2022 มีจำนวน 7.9 พันล้านคน ตามข้อมูลจาก worldometers และในจำนวนนี้ 2 พันล้านคน หรือประมาณ 25% ของประชากรโลก ยังเข้าไม่ถึง “น้ำสะอาด” ตามการประเมินของสภานวัตกรรมยุโรป หรือ EIC (European Innovation Council) ที่เปิดเผยตัวเลขออกมาเมื่อวันน้ำโลก (World Water Day) วันที่ 22 มีนาคม 2022 ที่ผ่านมา

ด้วยภารกิจที่หลายชาติให้ความสำคัญในเรื่องการจัดหาน้ำสะอาดและเพียงพอต่อมนุษยชาติ รวมถึงประเทศ

ต่าง ๆ ในสหภาพยุโรป (EU) ทางอียูจึงให้การสนับสนุน ให้ความรู้ และเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการที่คิดค้น วิจัย และพัฒนานวัตกรรมสำหรับการทำน้ำสะอาดและการเข้าถึงน้ำสะอาด เพราะตระหนักว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงเหตุผลด้านคุณภาพชีวิต แต่คือโอกาสทางธุรกิจ 

ในปีนี้ EU ก็ได้ให้ทุนสนับสนุนสตาร์ตอัปเพื่อพัฒนาเรื่องการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยมี 3 บริษัทในยุโรปที่คว้าทุนดังกล่าวได้ และสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ใหม่ ๆ ที่จะช่วยบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อลดปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำอันเป็นหนึ่งในวิกฤตของโลกที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

Mimbly
กรองน้ำสะอาดจากการซักล้างในเครื่องซักผ้า
มิมบลีย์ (Mimbly) สตาร์ตอัปจากโปรเจ็กต์รักษ์โลกของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งชาร์เมอร์ส ในเมืองโกเตนเบิร์ก ประเทศสวีเดน ได้พัฒนานวัตกรรมที่ได้รับการออกแบบและพัฒนามาเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำอย่างยั่งยืน จากการใช้เครื่องซักผ้าในชีวิตประจำวันของคนทั่วไป

มิมบลีย์หาวิธีทำให้น้ำที่ผ่านการใช้งานในเครื่องซักผ้าสามารถนำกลับมาใช้งานได้ใหม่ รวมถึงสลายไมโครพลาสติกที่ติดกับเสื้อผ้าไม่ให้ก่อปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมหลังผ่านกระบวนการซักล้าง โดยพัฒนาเทคโนโลยีกรองน้ำสะอาดจากการซักล้าง ด้วยอุปกรณ์ที่ติดตั้งเข้ากับเครื่องซักผ้า ทำงานโดยการดักจับไมโครพลาสติกแยกออกจากน้ำ แล้วส่งผ่านน้ำเหล่านั้นเข้าอุปกรณ์ที่ชื่อ “Mimbox” เพื่อแปลงน้ำเสียเป็นน้ำดีอีกครั้งหนึ่ง

Mimbox จะช่วยทั้งในเรื่องการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการบริโภคน้ำโดยไร้ประโยชน์ และสามารถรีไซเคิลน้ำเสียจากการซักล้างกลับมาเป็นน้ำดีที่ใช้ซ้ำได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดการใช้พลังงานในเครื่องทำความร้อน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยในยุโรปที่ทำให้การบริโภคพลังงานมีปริมาณสูงขึ้น

แม้ปัจจุบันอุปกรณ์ Mimbox จากมิมบลีย์จะยังอยู่ในช่วงทดลองใช้กับเครื่องซักผ้าในภาคอุตสาหกรรม เช่น ในโรงแรม หรืออพาร์ตเมนต์ให้เช่า ยังไม่ได้นำไปสู่ตลาดผู้บริโภครายย่อย แต่บริษัทก็พยายามพัฒนาการใช้งานผ่านการเก็บข้อมูลจากลูกค้า เพื่อหาวิธีนำน้ำจากการซักล้างกลับมาใช้ใหม่ และอนาคตจะสามารถนำมาใช้กับเครื่องซักผ้าตามครัวเรือนได้ โดยมีโครงการนำร่องในโกเตนเบิร์ก พร้อมเก็บข้อมูลทั้งเรื่องการประหยัดน้ำ การขจัดไมโครพลาสติก และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

อิซาเบลลา ปาล์มเกรน ซีอีโอและผู้ก่อตั้งมินบีลย์ บอกว่า การใช้งาน Mimbox ไม่เพียงเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำในเครื่องซักผ้าเท่านั้น แต่สิ่งที่บริษัทกำลังทำคือการสร้างความยั่งยืนที่มากขึ้นกว่าเดิม และด้วยความรู้ที่บริษัทมี เธอก็หวังว่าโซลูชันนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการบริโภคน้ำอย่างมีประสิทธิภาพได้

Ingeobras
บำบัดน้ำเสียในอุตสาหกรรมให้กลับมาใช้ซ้ำได้ใหม่
อินจีโอบราส (Ingeobras) สตาร์ตอัปจากสเปน ซึ่งมีเป้าหมายในการใช้เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำมันเสียในอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร ได้พัฒนาระบบการบำบัดน้ำเสียในชื่อว่า “ANAERGY” เพื่อบำบัดน้ำในเบื้องต้น พร้อมกับสร้างพลังงานระหว่างกระบวนการ และการบำบัดน้ำในระดับตติยภูมิ เพื่อนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง

ANAERGY เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนในการวิจัยและพัฒนาจากหลายหน่วยงาน เนื่องจากเทคโนโลยีนี้มีความก้าวหน้ามากสำหรับแวดวงอุตสาหกรรมบำบัดน้ำเสีย อีกทั้งการทำงานของระบบ ANAERGY ยังเป็นการแก้ปัญหาเรื่องน้ำเสียด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีผลการวิจัยพิสูจน์ว่าสามารถลดการปนเปื้อนในน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพถึง 99% ขณะเดียวกันก็สามารถลดต้นทุนการดำเนินการ การบำรุงรักษา และที่สำคัญคือช่วยลดพื้นที่ใช้สอยในกระบวนการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งแม้จะไม่ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ก็สำคัญมากสำหรับอุตสาหกรรมบำบัดน้ำเสีย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันระบบการทำงานของ ANAERGY มุ่งเป้าหมายไปที่อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมในภาคอาหารและการเกษตร ด้วยความมุ่งมั่นจะเข้าสู่ตลาดระดับบน ผ่านกระบวนการพิจารณาจากฝ่ายกำกับดูแลด้านกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า บริษัทจะสามารถยกระดับเข้าสู่ธุรกิจที่มีความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม และสามารถมีรายได้ สร้างผลกำไรจากการพัฒนาเทคโนโลยีจนเป็นธุรกิจได้

โซเฟีย ควินทานา ผู้จัดการฝ่ายวิจัยตลาดและการขายของอินจีโอบราส เปิดเผยว่า กลยุทธ์ใหม่ของยุโรปคือการสร้างสมดุลด้านสภาพภูมิอากาศและความเป็นกลางทางคาร์บอน (Climate Neutrality) ภายในปี 2050 ซึ่งการจะไปถึงเป้าหมายนั้นได้จำเป็นต้องใช้นวัตกรรมขับเคลื่อน และเธอมั่นใจว่า ด้วยระบบการบำบัดน้ำเสียของ ANAERGY จะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายดังกล่าว

Hydro Volta
แปลงน้ำเค็มให้เป็นน้ำจืด
ไฮโดรโวลต้า (Hydro Volta) จากเบลเยียม เป็นเจ้าของนวัตกรรมการแปลงน้ำเค็มเป็นน้ำจืด จากสิ่งที่รู้กันดีว่าน้ำบนโลกใบนี้ 70% คือน้ำทะเล และมีน้ำจืดเพียง 20% เท่านั้น ทั้งยังเป็นน้ำจืดที่ใช้สำหรับอุปโภคบริโภคได้เพียงไม่ถึงครึ่ง ดังนั้นความต้องการเทคโนโลยีสำหรับกระบวนการแยกเกลือออกจากน้ำจึงมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่วิธีการแบบเดิมอาจล้าสมัยไปแล้ว รวมถึงการแยกเกลือออกจากน้ำแบบเดิมในบางเทคโนโลยี ยังมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมด้วย

ไฮโดรโวลต้ามีเครื่องมือที่ได้การจดสิทธิบัตรและประกาศว่า สามารถแยกเกลือออกจากน้ำ แปลงน้ำเค็มเป็นน้ำจืด และมีประสิทธิภาพสูงกว่าเทคโนโลยีแบบเก่ามากถึง 60%

โซลูชันจากนวัตกรรมของไฮโดรโวลต้านี้ชื่อว่า “SonixED” เป็นระบบการแยกเกลือออกจากน้ำประสิทธิภาพสูงด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีอัลตราซาวนด์ ที่สามารถป้องกันการปนเปื้อน และเพิ่มประสิทธิภาพของสมองกลในการทำงานของระบบ เป็นเทคโนโลยีที่ทำงานผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีอิเล็กโทรไดอะไลซิส เทคโนโลยีอัลตราซาวนด์ (SonixED) และเทคโนโลยีสมองกลอื่น ๆ (ออสโมซิสแรงดันต่ำ) เพื่อนำไปสู่การทำ RO (Reverse Osmosis) หรือการแปลงโมเลกุลน้ำเพื่อนำไปใช้กินได้ โดยการทำงานของระบบนี้ มีทั้งตัวแปลงน้ำเค็มเป็นน้ำจืดในรูปแบบขนาดพกพาใช้ในครัวเรือน ขนาดกลางและขนาดใหญ่สำหรับใช้ในภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจต่าง ๆ ในราคาที่เข้าถึงได้

จอร์จ บริก ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งไฮโดรโวลต้า บอกว่า น้ำสะอาดต้องเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ทุกที่ และการทำงานของบริษัทจะทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นได้จริง

ที่มา :
บทความ “World Water Day: Discover EIC innovations working on water saving solutions” จาก https://eic.eismea.eu
mimbly.se
ingeobras.com/en
hydrovolta.com

เรื่อง : รวิ รัชนีกร

วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

งานเทคโนโลยีปและนวัตกรรมใหม่

 

ทคโนโลยีที่สำคัญในยุคดิจิทัล: เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าและไร้คนขับ Tech Series: Electric and Autonomous Cars

ปัจจุบันเทคโนโลยียานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และยานยนต์ไร้คนขับ เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัญหาด้านพลังงานน้ำมัน และความต้องการใช้พลังงานสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภค รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Car) หมายถึง รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยแรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้าโดยใช้พลังงานไฟฟ้าที่สร้างมาจากแบตเตอรี่หรืออุปกรณ์กักเก็บพลังงานไฟฟ้ารูปแบบอื่นๆ โดยเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ที่ใช้น้ำมันทั่วไปมีอยู่ 2 ส่วน คือ (1) แบตเตอรี่ ซึ่งเป็นตัวเก็บพลังงานของรถยนต์ไฟฟ้า ที่ปัจจุบันใช้แบบ Lithium-Ion ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ชนิดเดียวกับที่ใช้ในโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งยังคงมีราคาสูงอยู่ และต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า และ (2) ชิ้นส่วนในระบบส่งกำลัง เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า ตัวแปลงกระแสไฟฟ้า ทั้งนี้ รถยนต์ไฟฟ้าสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่

  • รถยนต์ไฮบริดพลังงานไฟฟ้าแบบชาร์จไม่ได้ (Hybrid-electric Vehicles หรือ HEV) เป็นรถยนต์ประเภทที่มีเครื่องยนต์เหมือนกับที่ใช้ในรถยนต์น้ำมันทั่วไป แต่มีขนาดที่เล็กกว่า และใช้การผสมผสานการสร้างพลังงานจากเครื่องยนต์สันดาป หรือเครื่องยนต์ใช้น้ำมันและจากการชาร์จกระแสไฟฟ้าในแบตเตอรี่ไฟฟ้า

  • รถยนต์ไฮบริดพลังงานไฟฟ้าแบบชาร์จได้ (Plug-in Hybrid Electric Vehicles หรือ PHEV) เป็นประเภทของรถยนต์ที่ต่างกับ HEV ทั่วไป เพราะมีการใส่มอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับชาร์จกระแสไฟฟ้าเพิ่มเข้ามาทำงานควบคู่ไปกับเครื่องยนต์สันดาป

  • รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่โดยสมบูรณ์ (Battery Electric Vehicles หรือ BEV) เป็นรถยนต์ประเภทที่มีแต่มอเตอร์ไฟฟ้า ไม่มีเครื่องยนต์สันดาปภายใน ตัวมอเตอร์จะชาร์จพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไฟฟ้าและสร้างแรงบิดให้รถยนต์ขับเคลื่อน

ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้ายังไม่เป็นที่นิยมมากนักเนื่องด้วยยังมีราคาแพงกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมัน ประกอบกับประสิทธิภาพของรถยนต์ไฟฟ้าเองก็ยังต่ำกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันทั่วไป แต่ด้วยการลงทุนวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ที่ทำให้เก็บพลังงานได้มากขึ้น ต้นทุนการผลิตลดลง และความตระหนักในเรื่องการลดมลภาวะโดยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ผู้บริโภคจึงมีแนวโน้มที่จะหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น

รถยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Car หรือ Self-driving Car) หรือรถยนต์ที่สามารถขับเคลื่อนด้วยตัวเองโดยไม่ต้องอาศัยคนควบคุม เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีด้านยานยนต์ที่มีแนวโน้มจะเข้าสู่ตลาดโลกเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเองอัตโนมัติเป็นการทำงานร่วมกันของเทคโนโลยีต่างๆ ดังนี้

  • Navigation หรือระบบแผนที่ ซึ่งประกอบด้วยระบบการระบุตำแหน่งของรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติจากดาวเทียม และระบบแผนที่เสมือนจริงที่เก็บรวบรวมข้อมูลในคลังข้อมูลดิจิทัล ทั้งนี้ ข้อมูลที่เก็บคือข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการวิ่งของรถบนถนน เช่น ตำแหน่งของไฟจราจร ตำแหน่งทางม้าลาย ป้ายสัญญาณห้ามเลี้ยวขวา ความกว้างของเลนถนน รวมถึง ความเร็วสูงสุดที่กฎหมายอนุญาตให้รถวิ่งได้ในถนนแต่ละเส้น รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติจะใช้ระบบแผนที่ซึ่งประมวลผลร่วมกับระบบ Sensor เพื่อเพิ่มความถูกต้องและแม่นยำในการตัดสินใจ

  • Computer Vision หรือระบบที่ทำหน้าที่เป็นตาและหูให้กับรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมเมื่อรถวิ่ง

  • Deep Learning หรือระบบประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ ทำหน้าที่เหมือนสมองของรถยนต์ไร้คนขับ เป็นระบบที่ทำให้รถยนต์อัตโนมัติสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองจากการประมวลผลข้อมูลที่รับมาจากระบบ Computer Vision

  • Robotics หรือระบบที่เชื่อมต่อระบบประมวลผลส่วนกลางเข้ากับระบบเครื่องจักรต่างๆ ในตัวรถโดยทำหน้าที่เสมือนเส้นประสาทที่เชื่อมต่อสมองของมนุษย์เข้ากับแขนขาและส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ในด้านระดับความเป็นอัตโนมัติในรถยนต์ไร้คนขับ สมาคมวิศวกรยานยนต์ หรือ Society of Automotive Engineering (SAE) ซึ่งเป็นผู้กำหนดมาตรฐานต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์ ได้ทำการแบ่งระดับความเป็นอัตโนมัติในรถยนต์ไร้คนขับ จำแนกตามระดับของการเข้ามามีส่วนยุ่งเกี่ยวของมนุษย์ โดยมีระดับความอัตโนมัติตั้งแต่ระดับ 0 (No Automation) ซึ่งเป็นระดับที่มนุษย์ควบคุมรถยนต์เองทั้งหมด จนถึงระดับ 5 (Full Automation) ซึ่งเป็นรถยนต์ที่สามารถขับเคลื่อนบนท้องถนนได้เองในทุกสภาวะและมีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนเหมือนมนุษย์ทุกประการ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีรถยนต์อัตโนมัติที่ทันสมัยที่สุดของบริษัทที่เป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 4 นั่นหมายถึง รถยนต์ที่สามารถขับเคลื่อนได้เองในสภาวะที่จำกัด

รถยนต์ไร้คนขับมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต เนื่องจากสามารถช่วยลดอุบัติเหตุ เป็นตัวเลือกในการเดินทางสำหรับคนที่ไม่สามารถขับรถได้ รวมถึงการลดระยะเวลาในการเดินทาง

โดยสรุป เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผัน (Disruptive Technology) ต่อการคมนาคมและอุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกในอนาคตอย่างแน่นอน แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความเร็วในการพัฒนาเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง อัตราการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐของแต่ละประเทศ

ภาพแสดงแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของจำนวนรถยนต์ไร้คนขับบนท้องถนน






วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

ใบงานที่ 1 เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่

 

ถ้าจะกล่าวถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มาเปลี่ยนโลก ดึงความสนใจของผู้คนได้อย่างมหาศาล คงหนีไม่พ้น ยานยนต์ไฟฟ้า ที่โดยหลักแล้ว มีแก่นแกนที่จะหยุดการใช้รถยนต์แบบสันดาปและใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งทำร้ายสภาพแวดล้อมของโลกมาอย่างยาวนาน และเปลี่ยนโลกให้เข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อ โลกยานยนต์ไฟฟ้า อยู่ในความสนใจของชาวโลก ก็มีนวัตกรรมมากมายที่ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อตอบโจทย์การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้าทุกชนิด

มาในวันนี้ เราได้รวบรวมเอา 3 นวัตกรรมระดับโลกสุดเจ๋ง ที่คิดค้นขึ้นเพื่อตอบสนอง โลกยานยนต์ไฟฟ้า ที่กำลังพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง มาแนะนำกัน

หุ่นยนต์ชาร์จรถไฟฟ้า ปลดล็อค โลกยานยนต์ไฟฟ้า ให้เป็นอะไรที่ง่ายขึ้นไปอีก

เชื่อว่าแค่นวัตกรรมแรกก็สร้างความว๊าวให้ทุกคนได้แล้ว กับ หุ่นยนต์ชาร์จรถไฟฟ้า ที่ผสมผสานเอาเทคโนโลยีแห่งยุคอย่าง หุ่นยนต์ หรือ Robotic มาใช้อำนวยความสะดวกในการชาร์จแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า โดยนวัตกรรมนี้คิดค้นโดยแบรนด์รถยนต์ชื่อดังระดับโลกอย่าง Volkswagens
หุ่นยนต์ชาร์จรถไฟฟ้า
โดยได้นำเสนอหุ่นยนต์ต้นแบบที่สามารถชาร์จรถยนต์ EV ตอบโจทย์และอำนวยความสะดวกให้เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างน่าสนใจ นั่นคือหุ่นยนต์ตัวนี้จะเคลื่อนที่ไปยังรถที่ต้องการชาร์จไฟโดยผู้ใช้งานสั่งการผ่านแอปหรือเชื่อมต่อกับเน็ตเวิร์ค V2X เท่านั้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานเท่านั้น แต่มันยังช่วยประหยัดพื้นที่ของสถานีชาร์จ และช่วยรองรับความต้องการกระแสไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับตัวหุ่นยนต์ชาร์จรถยนต์ EV นี้จะมาพร้อมกับกล้อง เลเซอร์สแกนเนอร์ และเซนเซอร์อัลตร้าโซนิก โดยระบบเหล่านี้จะช่วยให้หุ่นยนต์ทำการชาร์จไฟอัตโนมัติและเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระกลางลานจอดรถด้วย

Volkswagens

และเมื่อมีคำสั่งการมาจากผู้ใช้งานผ่าน V2X เจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้ก็จะทำการพาตัวเองที่พ่วงติดกับอุปกรณ์เก็บพลังงานเคลื่อนที่ไปหารถ แล้วทำการเสียบปลั๊กไฟชาร์จเชื่อมต่อโดยอัตโนมัติ จากนั้นก็จะปล่อยให้อุปกรณ์เก็บพลังงานนี้ทำหน้าที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าชาร์จรถต่อไป (อุปกรณ์เก็บพลังงานชาร์จไฟได้ผ่านกระแสตรงสูงสุด 50 kWh) ส่วนตัวหุ่นยนต์ก็จะไปหารถที่ต้องการชาร์จไฟคันอื่นต่อ และเมื่อชาร์จไฟเสร็จเรียบร้อย หุ่นยนต์จะมาเก็บอุปกรณ์เก็บพลังงานนี้เพื่อนำกลับไปเก็บที่สถานีชาร์จไฟ
ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ หุ่นยนต์ชาร์จไฟเคลื่อนที่นี้จะทำงานเหมือน Power Bank ที่เราใช้ทำหน้าที่ชาร์จไฟสำรองให้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเรานั่นเอง หากในอนาคตการพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบนี้เสถียรมากขึ้นใช้งานได้จริง เชื่อว่า โลกยานยนต์ไฟฟ้า จะต้องมีอะไรสนุกๆ ออกมาให้ผู้ใช้งานได้เพลิดเพลินอย่างแน่นอน

เครื่องบินไฟฟ้า การพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง เปลี่ยนโลกการเดินทางให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

แม้จะไม่ใช่สิ่งใหม่ที่เพิ่งถูกคิดค้นขึ้นในโลก แต่ในปัจจุบัน เครื่องบินไฟฟ้า ได้รับการพัฒนาไปแบบไม่หยุดยั้ง ทั้งในวงการบินทั่วไป และวงการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศก็มีแผนการปรับเอา เครื่องบินไฟฟ้า มาใช้ทั้งเพื่อจุดประสงค์ด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการสร้างภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำเทคโนโลยีสะอาดนี้ด้วย

โดยล่าสุด บริษัทอีวิเอชั่นของอิสราเอล ได้เปิดตัว เครื่องบินไฟฟ้า ที่ชาร์จแบต 30 นาที บินได้นาน 1 ชั่วโมง ระยะทาง 814 กิโลเมตร ทำความเร็วได้ 250 น็อต หรือ 463 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่บินสำเร็จแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นเครื่องบินพาณิชย์ 9 ที่นั่ง
นี่เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่ากระแสนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้านั้น แรงดีไม่มีแผ่ว อย่าง นาซาหรือองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯก็ยังให้ บริษัท จีอีเอวิเอชั่น และ บริษัท แม็กนิกซ์ พัฒนาเครื่องบินไฟฟ้าซึ่งจะสำเร็จสมบูรณ์แบบและนำออกมาใช้ได้ใน ค.ศ.2035
ด้านโบอิ้งซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบินสัญชาติสหรัฐฯก็ให้ บริษัท วิสค์แอโร่ ผลิตเครื่องบินโดยสารระบบไฟฟ้าอัตโนมัติทั้งลำ ส่วนแอร์บัสซึ่งเป็นบริษัทเครื่องบินฝั่งยุโรปพัฒนาเครื่องบินไฟฟ้าตั้งแต่ ค.ศ.2010 ไม่ช้าก็จะนำมาใช้ในการขนส่งผู้โดยสารได้จริง
มาในแวดวงการขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศกันบ้าง บริษัทขนส่งระหว่างประเทศย่าง ดีเอชแอล ได้สั่งซื้อเครื่องบินที่ใช้ไฟฟ้าของ บริษัท อีวิเอชั่น แล้ว 12 ลำ จะส่งมอบได้ใน ค.ศ.2024 หรืออีก 2 ปีข้างหน้า นอกจากดีเอชแอลแล้ว บริษัทสายการบินพาณิชย์เคปไอร่า ก็สั่งซื้อฝูงบินไฟฟ้าของบริษัทนี้เพื่อใช้บินให้บริการในเส้นทางการบินที่เชื่อมเมืองในรัฐแมสซาชูเชตส์ของสหรัฐฯในปีหน้าเช่นกัน

นอกจากนั้น เครื่องบินไฟฟ้า ยุคนี้ ยังแข่งขันกันอย่างดุเดือดในเรื่องของ “ความเร็ว” ด้วย อย่างล่าสุด เครื่องบินไฟฟ้า Rolls-Royce ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่าเครื่องบินไฟฟ้าของบริษัทชื่อ Spirit of Innovation ทำลายสถิติความเร็วสูงสุดที่เครื่องบินไฟฟ้าเคยทำได้ กลายเป็นเครื่องบินไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลก
Rolls-Royce ยังระบุว่า Spirit of Innovation ทำความเร็วได้ 555.9 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 3 กิโลเมตร และ 532.1 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 15 กิโลเมตร เร็วกว่าสถิติเดิม ถึง 213.04 กิโลเมตร/ชั่วโมง และ 292.8 กิโลเมตร/ชั่วโมงตามลำดับ แต่ไม่ได้ระบุว่าสถิติเดิมทำไว้โดยบริษัทไหน หรือเครื่องรุ่นไหน
นอกจากนี้ยังทำสถิติไต่ระดับสู่ความสูง 3,000 เมตรได้ในเวลา 3 นาที 22 วินาที เร็วกว่าสถิติเดิม 4 นาที 22 วินาที ที่ Siemens eAircraft Extra 330LE เคยทำไว้ ถึง 1 นาทีเต็มๆ เช่นกัน

ถนนชาร์จไฟฟ้าได้ ฝันที่เป็นจริงของคนรักยานยนต์ไฟฟ้า

ไม่ใช่แค่อยู่ในขั้นคิดค้นได้ แต่อิสราเอลกำลังจะสร้าง ถนนชาร์จไฟฟ้า เป็นเส้นแรกในโลกแล้ว โดยสตาร์ตอัปสัญชาติอิสราเอล เตรียมสร้างถนนที่สามารถชาร์จพลังงานให้กับรถไฟฟ้า (EV) ในรัฐมิชิแกนเป็นที่แรก ซึ่งคาดการณ์ว่าจะพร้อมทดลองใช้งานปี 2023

โดยบริษัท Electreon Wireless สตาร์ตอัปสัญชาติอิสราเอลได้วางแผนเตรียมสร้างถนนที่มีความยาวกว่า 1.6 กิโลเมตร ให้เป็นถนนต้นแบบที่สามารถชาร์จพลังงานแบบไร้สายให้กับรถ EV ได้ โดยเตรียมการติดตั้งและทดสอบในเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐฯ เป็นที่แรก คาดว่าจะสามารถทดสอบการใช้งานภายในปี 2023
สำหรับถนนชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบไร้สายให้กับรถยนต์ EV เป็นการสร้างถนนที่มีการติดตั้งขดลวดไว้ใต้พื้นถนนลาดยาง เพื่อชาร์จพลังงานให้กับรถยนต์ในรูปแบบของการเหนี่ยวนำไฟฟ้า ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการชาร์จแบบไร้สายของโทรศัพท์สมาร์ทโฟน โดยจะมีการติดตั้งชุดรับสัญญาณแม่เหล็กไว้ใต้ท้องรถเพื่อช่วยให้เกิดการชาร์จพลังงาน และเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายนี้จะช่วยให้รถยนต์สามารถชาร์จพลังงานได้โดยไม่ต้องจอด จึงไม่ต้องแวะชาร์จระหว่างทาง

นับเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งโครงสร้างการชาร์จแบบไร้สายบนถนน ซึ่งโครงการนี้เกิดจากความร่วมมือของบริษัทผู้พัฒนาจากเทลาวีฟ ประเทศอิสราเอล กับบริษัทรถยนต์ Ford และ DTE Enery บริษัทด้านพลังงานในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้เริ่มสร้างถนนต้นแบบในย่านคอร์คทาวน์ เมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกนเป็นที่แรก เพื่อกระตุ้นการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้น
การสร้างถนนต้นแบบสายนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Inductive Vehicle Charging Pilot ของรัฐมิชิแกน ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาเมืองและใช้พลังงานไฟฟ้า ด้วยการสนับสนุนผลิตและใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า โดยเริ่มจัดหาเงินทุนจำนวน 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยคาดว่าถนนจะเสร็จและพร้อมสำหรับการทดลองใช้งานภายในปี 2023

เทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย จะช่วยให้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถชาร์จพลังไฟฟ้าได้สะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะจอดอยู่หรือวิ่งก็สามารถชาร์จพลังงานได้ โดยไม่ต้องกังวลใจว่าจะแวะเติมพลังงานได้ที่ไหนบ้างหากต้องวิ่งในระยะทางที่ไกลขึ้น

ที่มา :


รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับโลกยานยนต์ไฟฟ้า กดอ่านต่อเลย

มาตรการในฝัน (ที่ยากจะเลียนแบบ) ดันสัดส่วน EV จดทะเบียนใหม่ ใน “นอร์เวย์” พุ่งสูงที่สุดในโลก

4 เหตุผลที่ ตลาด EV CAR ยังไม่บูมสักทีในประเทศยุโรป


ที่มา https://www.salika.co/2022/02/23/3-innovations-support-world-ev-vehicles/

 

วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564

กีรติ ทองเนตร งานนวัตกรรม

อาจารย์และนิสิตภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ พัฒนาเครื่องมือตรวจเชื้อโควิด-19 จากกลิ่นสารเคมี ที่จำเพาะของแบคทีเรียที่อยู่ในเหงื่อได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ใช้ง่าย เก็บตัวอย่าง 15 นาที รู้ผลใน 30 วินาที เริ่มทดลองตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อตามชุมชนแล้ว


จากความสำเร็จของ “สุนัขดมโควิด-19” โครงการความร่วมมือระหว่างคณะสัตวแพทยศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัทเชฟรอนประเทศไทย สํารวจและผลิต จํากัด ที่ใช้สุนัขดมกลิ่นตรวจเหงื่อเพื่อคัดกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่แสดงอาการในชุมชน วันนี้ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เผยนวัตกรรมล่าสุด “เครื่องมือตรวจกลิ่นเหงื่อผู้ติดเชื้อโควิดแบบพกพา” (Portable sweat test for COVID detection) หวังเสริมทัพสุนัขดมกลิ่นในการเร่งตรวจคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น 

รถดมไวที่ใช้สุนัขดมกลิ่นตรวจเหงื่อเพื่อคัดกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19

“ที่ผ่านมา เราได้ร่วมงานกับ “รถดมไว” ลงพื้นที่ตรวจเชื้อโควิด-19 ในชุมชนที่มีผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เราจึงลองนำตัวอย่างการคัดกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากสุนัขดมกลิ่นมาตรวจดูว่า จริงๆ แล้วสารที่น้องหมาแยกแยะได้ว่าผู้ใดติดเชื้อนั้นคือสารหรือกลิ่นอะไร” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชฎิล กุลสิงห์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึงที่มาของการพัฒนานวัตกรรม

ผศ.ดร.ชฎิล กุลสิงห์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ

“จากการศึกษาสารตัวอย่าง เราพบว่าผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 จะมีสารเคมีบางชนิดที่ชัดเจนมากและแปลกไปจากสารอื่นๆ เราจึงนำข้อค้นพบนี้มาพัฒนาเป็นเครื่องมือตรวจกลิ่น ที่น่าจะมาจากสารอะโรมาติกที่ผลิตจากแบคทีเรียบางชนิดในเหงื่อของผู้ติดเชื้อโควิด ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการตรวจเชื้อโควิด-19 จากสารเคมีเหล่านี้”

กลิ่นเหงื่อพิสูจน์การติดเชื้อไวรัสได้อย่างไร

กลิ่นเหงื่อในคนอาจมีได้มากกว่า 100 กลิ่น แต่ละคนมีกลิ่นจำเพาะที่ไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นที่มาจากแป้ง โรลออน และกลิ่นของแบคทีเรียที่กินอาหารในเหงื่อหรือสารคัดหลั่งใต้ผิวหนัง แบคทีเรียเหล่านี้จะขับสารออกมาเป็นกลิ่นที่ปนมากับเหงื่อ

“สำหรับผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 แบคทีเรียจะตอบสนองต่อเชื้อไวรัสอย่างไม่เป็นปกติและผลิตบางกลิ่นที่ต่างออกไป ซึ่งจากการศึกษา เราพบว่ามีหลายกลิ่นสำคัญที่มีลักษณะจำเพาะอาจจะบ่งบอกว่าเป็นกลิ่นของผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19” ผศ.ดร.ชฎิล อธิบาย

การตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19 ด้วยสารเคมีในเหงื่อ

เครื่องมือตรวจกลิ่นเหงื่อผู้ติดเชื้อโควิด-19 พัฒนามาจากเครื่องตรวจวัดทางเคมีวิเคราะห์แบบพกพาที่หาซื้อได้ตามท้องตลาด ซึ่งมีการใช้ตรวจวัดสารเคมีที่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อมต่างๆ อยู่แล้วโดยทั่วไป แต่สำหรับการตรวจเชื้อโควิด-19 ผศ.ดร.ชฎิล ได้ใส่วัสดุที่เป็นตัวกรองจำเพาะเข้าไปที่ตัวเครื่องมือเพื่อให้สามารถเลือกตรวจวัดค่าสารสำคัญที่บ่งบอกถึงการมีเชื้อไวรัสโควิด-19

เครื่องมือตรวจกลิ่นเหงื่อผู้ติดเชื้อโควิด-19

“ชุดตรวจประกอบด้วยขวดแก้วและแท่งสำลี ซึ่งผู้ตรวจคัดกรองจะได้รับกันคนละชุด เวลาตรวจก็นำแท่งสำลีไปหนีบไว้ที่รักแร้ของผู้รับการตรวจ ทิ้งแท่งสำลีไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นนำแท่งสำลีที่ดูดซับเหงื่อแล้วมาใส่ในขวดแก้ว ฆ่าเชื้อขวดแก้วด้วยรังสี UV ก่อนนำมาตรวจวัดด้วยเครื่องมือ ซึ่งขั้นตอนนี้ เจ้าหน้าที่จะใช้สายดูดตัวอย่างในปริมาณที่เหมาะสมและใช้ความดันอัดเข้าไปในเครื่องตรวจเพื่อตรวจสอบผล” ผศ.ดร.ชฎิล เล่าขั้นตอนการเก็บตัวอย่างเหงื่อเพื่อตรวจเชื้อโควิด-19

เจ้าหน้าที่เตรียมตัวอย่างเพื่อตรวจสอบผล

ข้อดีของการตรวจด้วยวิธีการนี้คือสามารถนำมาดัดแปลงเพื่อตรวจพบเชื้อไวรัสกลายพันธุ์หรือจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆ ได้

“แม้ว่าเชื้อไวรัสจะกลายพันธุ์อย่างไรก็ตาม กลิ่นสารเคมีในเหงื่อของผู้ติดเชื้อไวรัสจะแสดงผลแตกต่างจากกลิ่นของผู้ที่ไม่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่แล้ว เครื่องมือตรวจกลิ่นน่าจะสามารถรับมือกับสารเคมีที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามการกลายพันธุ์ได้ สิ่งที่ต้องทำคือการเปลี่ยนวัสดุกรองให้สัมพันธ์กับไวรัส” ผศ.ดร.ชฎิล เสริม

รู้ผลเร็ว แม่นยำ เสริมทีมตรวจคัดกรอง

จากการทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องมือตรวจกลิ่นเหงื่อผู้ติดเชื้อโควิด-19 แบบพกพากับคนจำนวน 2,000 คน พบว่าเมื่อทำการทดลองตรวจกลิ่นเพื่อคัดกรองผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 นี้ควบคู่กับการตรวจ PCR (Polymerase Chain Reaction) จะพบว่าผลการตรวจสอดคล้องสัมพันธ์กันโดยมีความไว 95% และความจำเพาะถึง 98% อย่างไรก็ดี ผศ.ดร.ชฎิล แนะว่าหากเครื่องตรวจกลิ่นแสดงผลเป็นบวก ผู้รับการตรวจก็ควรไปตรวจแบบ PCR เพื่อยืนยันผลที่แน่นอนอีกที

เครื่องมือตรวจกลิ่นเหงื่อผู้ติดเชื้อโควิด-19 แบบพกพา

ปัจจุบันเครื่องมือตรวจกลิ่นเหงื่อผู้ติดเชื้อโควิดแบบพกพายังอยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนา แต่ก็ได้ทดลองใช้งานจริงแล้ว โดยทางจุฬาฯ ร่วมมือกับกรมควบคุมโรคและหน่วยงานภาครัฐเข้าไปตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อในแหล่งชุมชนต่างๆ

“เครื่องมือนี้ช่วยหนุนการตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชนและคลัสเตอร์ที่เกิดขึ้นใหม่ในแต่ละวัน และยังทำงานร่วมกับ “รถดมไว” เพื่อช่วยตรวจคัดกรองแทนสุนัขดมกลิ่นในช่วงที่สุนัขพักเหนื่อยได้อีกด้วย” ผศ.ดร.ชฎิล กล่าวทิ้งท้าย

การทำงานร่วมกับรถดมไวเพื่อตรวจคัดกรองในชุมชน

กีรติ ทองเนตร งานนวัตกรรม

 

นวัตกรรมยานยนต์ ความทันสมัยในยุคนี้สามารถนำมาช่วยพัฒนาของรถยนต์ในปัจจุบันที่ได้มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยกันได้มากหรือไม่?

นวัตกรรมยานยนต์ รถยนตร์ในปัจจุบันนี้ ถือว่าได้พัฒนาไปไกลมาก ที่มีความแตกต่าง ไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการที่มีเทคโนโลยี หรือที่เราเรียกกันว่า  เทคโนโลยียานยนต์ เข้ามาช่วยให้รถยนต์ยุคใหม่ ใช้งานได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น และยังเป็นรถยนต์ที่สามารถ ตัดสินใจแทนคนขับได้ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่ สามารถวิ่งไปหาที่จอด โดยไม่ต้องอาศัยคนขับ

และยังสามารถวิ่งได้เอง บนทางหลวง หรือถนนทั่วไป โดยที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ หรือพูดได้เต็มปากเลยว่า เป็น ยุคแห่งยานยนต์ แบบไร้คนขับ ที่เต็มรูปแบบอีกด้วย แต่ยังไม่ได้เกิดขึ้นในเร็วๆนี้ แต่ได้มีการค้นค้นต้นแบบ ของรถยนต์ไร้คนขับนี้

ซึ่งจะมีระบบยานยนต์ไร้คนขับ ที่จะแบ่งออกเป็นระดับ และรถยนต์ในแต่ละยี่ห้อ โดยจะมีระบบที่ใช้ในรถ ที่เป็นของค่าย Volvo ที่เป็นการทำงานอัตโนมัติ ที่เป็นบางอย่างเท่านั้น โดยจะเป็นเทคโนโลยี FUNCTION SPECIFIC AUTOMATION ที่มีระบบการควบคุม ความเร็วอัตโนมัติของรถยนต์

เพื่อให้ปลอดภัยจากการใช้งาน และระบบช่วยถอยแบบอัตโนมัติ ที่ทำให้สะดวกสบายขึ้น และยังระบบที่ควบคุม การรักษาช่องทางระหว่างวิ่ง แต่ในระบบอัตโนมัตินี้นี้ ผู้ขับขี่จะต้องรับผิดชอบ ในการควบคุมรถยนต์ ตลอดเวลาการใช้งาน

นวัตกรรมยานยนต์

โดยมือจะต้องจับพวงมาลัย และเท้าอยู่บนคันเร่ง ซึ่งระบบที่พูดถึงนี้ ในปัจจุบันมีใช้กันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยจอดขนาน ที่เป็นแบบอัตโนมัติ ในรถยนต์ฟอร์ด และ โวลโว ที่หลายคนต้องเคยเห็น และมีระบบอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งอยู่ในข่วงการทดลอง ที่เราจะได้เห็นในเร็วๆนี้

ต้นแบบรถยนต์ที่ทันสมัยที่สุดและกำลังจะเกิดขึ้นจริงในไม่ช้านี้

ถ้าหากพูดถึงความทันสมัย ของรถยนตร์ในอนาคต ก็มี ยานยนต์แห่งอนาคต ที่น่าสนใจอย่างมาก ซึ่งเป็น รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า กับรถยนต์แบบคลาสสิค CLASSIC CAR ELECTRIC MOTOR CONVERSION ซึ่งกำลังเป็นกระแสนิยม ที่เริ่มมีคนยุโรปให้ความสนใจ โดยมีการคุมเรื่องของมลภาวะ หลายคนรู้กันดีแล้วว่า รถคลาสสิคในแต่ละรุ่นนั้น

จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ การควบคุมมลพิษทางอากาศ ที่เป็นจุดอ่อนของรถคลาสสิค แต่รถคลาสสิคจะมีรูปทรง ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ จึงได้มีการดัดแปลง โดยการนำเครื่องยนต์เก่า ที่ไร้ประสิทธิภาพออก และแทนที่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ที่มีเสียงที่เงียบและอึด ในการเข้าไปแทนที่ หลายอาจจะมองว่า มันจะขาดความเป็นคลาสสิค แต่ถ้าหากได้ลองรถยนต์

ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าดีๆ จะสัมผัสถึงแรงบิด ของรถยนต์อย่างมหาศาล ที่สามารถใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องรอผลิตนั้น ถ้าหากว่าได้เทียบกับ เครื่องยนต์แบบดั้งเดิม ที่มีปัญหาเล็กๆน้อยๆ หรือรถยนต์ไม่มีความแรง แถมยังปล่อยมลภาวะอีกมาก ที่มีดีก็แค่เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ และมันถึงเวลาที่จะนำ รถคลาสสิคมาดัดแปลง ให้มันเกิดแระโยชน์สูงสุด

เทคโนโลยียานยนต์

คือการทำให้ใช้งานได้ดีอีกครั้ง ด้วยหัวใจหลักพลังงานไฟฟ้า ที่จะออกมาดีไม่ใช่น้อย โดยได้มีนักพัฒนาที่นำ รถมัสแตงรุ่นที่ 60 ที่นำไปติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ทำให้ได้กำลัง 750 แรงม้า ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยใช้เวลาเพียง 3.5 วินาที เท่านั้น ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

นวัตกรรมยานยนต์ ทันสมัยที่สุดกับรถยนตร์ในอนาคตที่จะทำให้เราสะดวกสบายมากขึ้น

รถ อนาคต ที่เราจะได้เห็นกันเร็วๆนี้ ซึ่งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่กำลังเข้ามามีบทบาท ซึ่งได้มีการเปิดตัว รถพลังงานไฟฟ้าอย่าง เทสลา โมเดล เอส และ นิสสัน ลีฟ ซึ่งมีเครื่องยนต์ที่เงียบ ทำให้ขับขี่ได้อย่างนุ่มนวล และยังไม่ปล่อยมลภาวะ แต่ก็ยังไม่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในบ้านเรา เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ ยังไม่มีความเชื่อมั่น

เนื่องจากสถานีที่ใช้สำหรับ ชาร์จพลังงานไฟฟ้านี้ ยังไม่ครอบคลุมในไทย ซึ่งมีเพียงแค่สถานีชาร์จไฟ ที่เป็นแบบนำร่องเท่านั้น โดยจะมีสถานีชาร์จไฟฟ้า ที่เป็นของ ปตท อยู่ที่ถนนชัยพฤกษ์ โดยขณะที่ โตโยตา ได้มีการออกมาแถลงข่าว เกี่ยวกับรถพลังงานไฮบริด นวัตกรรมรถยนตร์ โดยการมีมอเตอร์ไฟฟ้า เข้ามาเป็นตัวช่วย ในการขับเคลื่อนรถยนต์ ที่จะทำให้สิ้นเปลือง น้ำมันน้อยลงหลายเท่า และมีความคุ้มค่า

และเหมาะสมกับราคา ที่สามารถใช้งานได้ดี โดยเมื่อซื้อแล้วเราสามารถ ใช้งานได้ในทันที โดยไม่ต้องรอการลงทุน สำหรับโครงสร้างพื้นฐานใหม่ และไม่ต้องกังวลว่า ระยะทางในการวิ่งแบบจำกัด เหมือนรถพลังงานไฟฟ้า

ยานยนต์แห่งอนาคต

ซึ่งรถพลังงานไฟฟ้า จะได้รับความนิยม ต่อเมื่อมีแบตมีคุณภาพ และสามารถวิ่งได้ ในระยะทางไกลๆ และมีสถานีชาร์จไฟฟ้า ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมไปถึงราคา ของอะไหล่ที่ไม่แพง และจะต้องมีศูนย์บริการ คงในอีกไม่ช้านี้ เราจะได้ใช้งานกัน

เทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยให้รถยนตร์มีความทันสมัยมากที่สุด

อีกในไม่ช้านี้ เราจะได้พบกับ นวัตกรรมรถยนต์ ที่มีความทันสมัย ที่ได้มีการพัฒนาวงการรถยนต์ ให้สามารถใช้งานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความทันสมัยที่สุด โดยเราจะพามาชม ระบบออกเมนเทด เรียลิที AUGMENTED REALITY ซึ่งเป็นกระจกหน้าแบบแอคทีฟ ACTIVE WINDESCREEN DISPLAY ที่เราเห็นได้ระบบนี้ อยู่บนในสมาร์ทโฟน

รถ อนาคต

โดยเป็นจอภาพที่แสดงภาพเสมือน โดยจะทับไปกับภาพจริง ที่ได้ถ่ายออกมาจากกล้อง ซึ่งได้นำระบบนี้เข้ามา ทำงานในรถยนต์ ที่มีหลากหลายในเรื่องของ ระบบการนำทาง ที่ใช้กระจกหน้าทั้งบาน ให้บอกถึงเส้นทางต่างๆ ที่ทับไปกับวิวของท้องถนน ที่เรามองเห็นในการขับรถ ได้มีการจำลองภาพคู่แข่ง

ซึ่งเป็นโหมดการทำงาน ที่เรียกกันว่า แข่งกับรถผี เพื่อให้เราสามารถแข่งรถ ในจินตนาการของเรา ในการจับรถบนถนน และมีแนวคิดของ แลนด์ โรเวอร์ ที่เป็นการฉายภาพ ในส่วนของพื้นใต้ท้องรถ โดยการทับแนวฝากระโปรง โดยทำบนกระจกหน้า เพื่อให้ได้ภาพที่เหมือนว่า ฝากระโปรงแบบล่องหน เพื่อให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจ ในการลุยพื้นที่ทุรกันดาร ที่น่าสนใจอย่างมาก

และมีหลายๆระบบ ที่จะนำมาพัฒนารถยนต์ ให้มีความทันสมัยขึ้น และระบบเหล่านี้ กำลังอยู่ในข่วงการทดลอง ถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาด เราจะได้เห็นกันเร็วๆนี้ และยังมีอีกหลายๆอย่าง ที่เกี่ยวกับวงการยานยนต์ ที่น่าสนใจอย่างมาก ในอนคตมีจริงแน่นอน

นวัตกรรมยานยนต์ นวัตกรรมยายยนตร์ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงรถยนตร์ในปัจจุบัน

รถในปัจจุบันนี้ ได้พัฒนาไปไกลมาก ที้งรถที่ใชัพลังงานไฟฟ้า หรือใช้พลังงานต่างๆ ซึ่งพูดได้เลยว่าเป็นการพัฒนา ให้รถยนตร์ของยุคใหม่ ให้มีความทันสมัย ที่พัฒนากันแบบต่อเนื่อง ที่เราได้เห้นในปัจจุบัน ซึ่งมีนวัตกรรมยานยนต์ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อพัฒนาให้รถยนต์ มีความทันสมัยที่สุด ซึ่งจะมีระบบรถยนต์ ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยจะระบบตรวจสอบ สุขภาพของผู้ขับขี่

นวัตกรรมรถยนต์

โดยใช้ระบบ ACTIVE HEALTH MONITORING SYSTEM เพื่อเช็คความพร้อม ของผู้ขับขี่มนแต่ละครั้ง ซึ่งระบบนี้ริเริ่มโดย ฟอร์ด ซึ่งมีการการติดตั้งอุปกรณ์ ที่ใช้สำหรับตรวจสอบ ข้อมูลทางชีวภาพของ ร่างกายของผู้ใช้รถ ซึ่งจะติดตั้งไว้คู่กับ บนพวงมาลัย และสายเข็มขัดนิรภัย

เพื่อเป็นการตรวจสอบ การเต้นของหัวใจ หรืออุณหภูมิร่างกาย และจังหวะการหายใจ ถ้าหากระบบได้ตรวจสอบ และพบกับการทำงาน ที่มีความผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นหัวใจวาย ที่สามารถนำรถ เข้าข้างทางได้ปลอดภัย และถ้าหากทำงานร่วมกับ ระบบขับขี่แบบไร้คนขับ ก็จะช่วยพาเราไปยัง โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพื่อรักษาได้ทันท่วงที หรือจะเรียกหน่วยกู้ชีพ ที่อยู่ใกล้ที่สุดได้ทันที

ซึ่งระบบที่ทีนสมัยนี้ เป็นที่น่าสนใจอย่างมาก ของผู้ขับขี่ที่เป็นผู้สูงอายุ และยังได้มีการคิดค้น ในการวัดปริมาณแอลกอฮอล ได้ก่อนจะสตาร์ทรถ ก็จะทำให้อุบัติเหตุ ที่ได้เกิดบนท้องถนน ลดลงได้อย่างแน่นอน เป็นระบบยานยนต์ ที่มีความทันสมัยที่สุด

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2564

รายงาน อจฟ

 หดกทาหสก่ดวาสหฟ่าสอทฟอ่ดฟสเ่นฟ

หกดากหาดฟ่หก

หดากฟ่ดาส่ฟหกาสด

มกหฟาสด่สฟหกด








วันอังคารที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2564

แนะนำตัวละคร ROV ทั้ง 6 แบบ อย่างน้อยแบบละ 5 ตัว

 Assassin


เป็นแอสฯ ที่มีแดเมจเป็นเวทย์

Mage

เตียวเสี้ยน เป็นตัวละครเมจที่ทำแดเมจแบบเวทย์ มีสามสกิล


Fighter