วันพุธที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

นวัตกรรม ว้าว ๆ By กีรติ

ปัจจุบันความกังวลข้อสำคัญในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าคือที่ชาร์จ หลายพื้นที่ยังขาดแคลนแหล่งชาร์จให้ใช้งานอย่างเพียงพอ ปัญหาที่จะยิ่งทวีความรุนแรงเมื่อความนิยมในรถยนต์ไฟฟ้าขยายตัว แต่ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนกับถนนอัจฉริยะที่ชาร์จพลังงานโดยอัตโนมัติ EV หรือ รถยนต์ไฟฟ้าถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการส่งเสริมผลักดันรอบด้าน หลายภาคส่วนทยอยเปลี่ยนผ่านจากเครื่องยนต์สันดาปมุ่งสู่พลังงานสะอาด แต่สำหรับหลายท่านนี่อาจยังเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ตอบโจทย์ จากระยะเวลาชาร์จยาวนานจนรู้สึกใช้งานไม่สะดวก
ข้อจำกัดนั้นเองทำให้เกิดแนวคิดพัฒนาการชาร์จ นำไปสู่ถนนระบบการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไร้สาย เส้นทางสาย EV สู่ถนนอัจฉริยะที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอัตโนมัติ การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไร้สาย นวัตกรรมแห่งอนาคต เมื่อพูดถึงการส่งผ่านพลังงานไร้สาย หลายท่านอาจนึกย้อนถึง นิโคลา เทสลา บิดาแห่งแวดวงวิศวกรรมไฟฟ้า นำไปสู่แนวคิดการปรับใช้การส่งผ่านพลังงานนี้เข้าสู่อุปกรณ์ชนิดต่างๆ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างสมาร์ทโฟน ที่ปัจจุบันมีแท่นชาร์จไร้สายให้ออกมาใช้งาน เมื่อโลกเข้าสู่ยุคสมัยแห่งยานยนต์ไฟฟ้าข้อด้อยด้านระยะเวลาชาร์จคือสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายคนจึงเริ่มคิดถึงเทคโนโลยีการชาร์จไร้สาย จนเริ่มมีการคิดค้นระบบชาร์จไร้สายแก่ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อขจัดปัญหาทั้งในด้านระยะเวลาเติมพลังงาน ระยะทาง และสถานีชาร์จโดยสิ้นเชิง เพื่อช่วยจูงใจให้คนเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปเร็วยิ่งขึ้น แนวทางของระบบนี้อาศัยการเหนียวนำและสั่นพ้องของแม่เหล็ก เพื่อส่งผ่านพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งกำเนิดเข้าสู่ยานยนต์ ทำให้เกิดการพัฒนาแท่นชาร์จไร้สายขึ้นมาหลายชนิด ไปจนการพัฒนาระบบชาร์จไร้สายให้รองรับพลังงานได้แม้รถกำลังวิ่งอยู่บนถนนของบริษัทต่างๆ เช่น - Witricity สตาร์ทอัพที่คิดค้นระบบชาร์จไร้สายผ่านสนามแม่เหล็ก อาศัยการติดตั้งแม่เหล็กในลานจอดรถ - Conductix-Wampfler กับรถบัสไฟฟ้าที่สามาถชาร์จได้ขณะวิ่งอยู่ มีการใช้งานในอิตาลีมานานถึง 10 ปี - Bombardier ระบบชาร์จไร้สายแก่ รถบัส และ รถรางเบา ขณะวิ่งที่มีการใช้งานในเยอรมนี - EVWireless พัฒนาระบบชาร์จไร้สายรุ่นใหม่ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่งแรงดันไฟฟ้าให้สูงขึ้น ด้วยความต้องการในการผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าให้แพร่หลายเป็นที่ยอมรับแก่ผู้บริโภค จึงเกิดการแข่งขันของบริษัทยานยนต์จนถึงพลังงานจำนวนมาก นำไปสู่ความรุดหน้าของเทคโนโลยีการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า หลายประเทศยังเริ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่คอยรองรับ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่อนาคตนับจากนี้ เส้นทางสาย EV สู่ถนนอัจฉริยะที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอัตโนมัติ ถนนอัจฉริยะที่ชาร์จพลังงานแก่ EV โดยอัตโนมัติ แนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแก่รถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันคือ การสร้างแท่นชาร์จจำนวนมากขึ้นรองรับแนวโน้มการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้า แต่ที่ได้รับการพูดถึงไม่แพ้กันคือ การสร้างถนนอัจฉริยะ หรือถนนสาธารณะที่มีคุณสมบัติชาร์จพลังงานให้รถยนต์ไฟฟ้าไร้สาย เพียงวิ่งผ่านก็จะช่วยเติมพลังงานให้แก่ยานยนต์ไฟฟ้าได้ ประเทศที่ให้ความสนใจแนวทางนี้คือเยอรมนี กับบริษัท Electreon ที่ประสบความสำเร็จในการติดตั้งถนนอัจฉริยะให้แก่รถโดยสารสาธารณะในเมือง Karlsruhe ที่มีการจัดสร้างถนนอัจฉริยะเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนรถบัสไฟฟ้าภายใต้ชั่วโมงเร่งด่วน ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จพลังงานลงมาก จึงได้รับการสนับสนุนให้สร้างถนนอัจฉริยะในครั้งนี้ ทางบริษัทจะได้รับงบประมาณ 3.2 ล้านยูโร(115ล้านบาท) เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของถนนอัจฉริยะแก่เมือง Balingen เป็นระยะทางยาว 1 กิโลเมตร ตามเส้นทางถนนที่ใช้สำหรับรถขนส่งสาธารณะ แต่ก็เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงและมีโอกาสใช้งาน โดยคาดหวังให้นี่เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการพัฒนาเส้นทางถนนภายในประเทศต่อไป ประเทศที่ขาดไม่ได้เมื่อพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้าคือ สหรัฐฯ บริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติอิสราเอล Electreon Wireless วางแผนสร้างถนนอัจฉริยะที่สามารถชาร์จพลังงานให้แก่ EV โดยอาศัยระบบขดลวดภายใต้พื้นและใช้การเหนี่ยวนำไฟฟ้าในการส่งผานพลังงาน หลักการทำงานแบบเดียวกับแท่นชาร์จไร้สายของสมาร์ทโฟน ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้รถยนต์ไฟฟ้า โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทจากอิสราเอล กับบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ Ford และบริษัทพลังงาน DTE Energy โดยถนนอัจฉริยะที่จะทำการจัดสร้างนี้เป็นถนนต้นแบบมีระยะทาง 1.6 กิโลเมตร ภายในเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน เป็นที่แรก และคาดว่าจะพร้อมเปิดตัวให้ทดลองใช้ภายในปี 2023 นี้ อีกประเทศที่มีการทดลองทางด้านนี้เช่นกันคือ ญี่ปุ่น จากบริษัทรถยนต์ Denso และบริษัทก่อสร้าง Obayashi ได้จับมือร่วมกันทดสอบพื้นผิวถนนที่สามารถชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอัตโนมัติ โดยประสบความสำเร็จในการทดสอบนำรถยนต์ไฟฟ้าให้วิ่งได้ต่อเนื่องโดยที่ระดับความเร็ว 15 กิโลเมตร/ชั่วโมง และตั้งเป้าว่าถนนอัจฉริยะนี้จะพร้อมใช้งานจริงในปี 2025 นอกจากประเทศที่กล่าวไปข้างต้นยังมีอีกหลายแห่งที่เร่งพัฒนาเทคโนโลยีนี้ ทั้งสิงคโปร์, สวีเดน, เกาหลีใต้ ไปจนถึงจีน ทั่วโลกต่างพัฒนาถนนอัจฉริยะนี้อย่างต่อเนื่อง แม้การพัฒนาเทคโนโลยีนี้จะไม่ใช่เรื่องง่ายจากข้อจำกัดในหลายด้าน แต่หลายชาติต่างเห็นตรงกันว่า นี่อาจเป็นอนาคตในการคมนาคมของประเทศในยุคต่อไป คงต้องรอดูต่อไปว่าประเทศใดจะประสบความสำเร็จและใช้งานถนนอัจฉริยะนี้เต็มตัวก่อนกัน ที่มา https://interestingengineering.com/innovation/germany-first-public-ev-charging? https://www.posttoday.com/innovation/1362 https://www.enr.com/articles/53565-michigan-dot-selects-firm-for-first-us-wireless-vehicle-charging-road-infrastructure https://asia.nikkei.com/Business/Technology/Japan-tests-roads-for-EV-wireless-charging-with-2025-goal ข่าวล่าสุด ครม.รับทราบหนี้ 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว' ส่งรัฐบาลหน้าสางหนี้ ครม.รับทราบหนี้ 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว' ส่งรัฐบาลหน้าสางหนี้ เปิดสภาทำงานทันที'สรรเพชญ'ยื่น2กระทู้ช่วยชาวสงขลา เปิดสภาทำงานทันที'สรรเพชญ'ยื่น2กระทู้ช่วยชาวสงขลา ดิจิลิ้งก์ คว้าพาร์ทเนอร์ 2 แอปจีน ปูทางบุกตลาดแดนมังกร ดิจิลิ้งก์ คว้าพาร์ทเนอร์ 2 แอปจีน ปูทางบุกตลาดแดนมังกร ถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ กับ ไม่ถูกต้องแต่ถูกใจ ถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ กับ ไม่ถูกต้องแต่ถูกใจ กกร.คงเป้าจีดีพี ปี66 โต 3-3.5% หวังตั้งรัฐบาลโดยเร็วหนุนเศรษฐกิจ กกร.คงเป้าจีดีพี ปี66 โต 3-3.5% หวังตั้งรัฐบาลโดยเร็วหนุนเศรษฐกิจ ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต related-icon BPClip อุปกรณ์วัดความดันโลหิตจากปลายนิ้วง่ายๆ ด้วยสมาร์ทโฟน related-icon สู่ยุคใหม่ IBM มุ่งพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์ 100,000 qubit related-icon Lumen เอไอจิตแพทย์ช่วยเหลืออาการซึมเศร้า related-icon Smart World: “บ้านครินทร์ (KARIN)” ต้นแบบบ้านประหยัดพลังงานจาก กฟผ. related-icon “กสิกรไทย” เดินหน้าเปลี่ยนอาคารหลักเป็น Zero Waste to Landfill ข่าวที่น่าสนใจ

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565

นวัตกรรมว้าว ๆ

หกเหกดเหกดกหดเดก 7. อาหารแห้งมื้อย่อส่วนพกสะดวก อาหารแห้งด้วยวิธีแช่เยือกแข็งสำหรับนักบินอวกาศ ถูกนำมาผลิตเพื่อการค้าโดยเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่ดึงดูดใจมากขึ้น เพื่อที่จะไปให้ถึงดวงจันทร์ ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางในอวกาศทั้งขาไปและขากลับรวม 13 วัน นาซาได้คิดหาหนทางที่จะประหยัดพื้นที่เก็บของและทำให้ยานอวกาศเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงเป็นที่มาของการคิดค้นวิธีเก็บเสบียงอาหารโดยไม่ให้เน่าเสีย ทั้งมีขนาดเล็กพกสะดวกไม่เทอะทะหรือรับประทานได้ลำบาก รำลึก 60 ปีส่ง 'สปุตนิก' สู่อวกาศ เราจะเข้าครอบครองเป็นเจ้าของที่ดินบนดวงจันทร์ได้หรือไม่? พอเพียงแบบนาซา เปลี่ยนปัสสาวะเป็นน้ำดื่ม ทางออกสำหรับเรื่องนี้คืออาหารที่ทำแห้งด้วยวิธีแช่เยือกแข็ง (Freeze-drying) กระบวนการที่ว่านี้จะดึงน้ำออกจากอาหารสดที่เพิ่งปรุงสำเร็จในภาวะอุณหภูมิต่ำ หากต้องการรับประทานเมื่อใดก็เพียงเติมน้ำร้อนเข้าไปเท่านั้น นอกจากอาหารแบบนี้จะดีต่อนักบินอวกาศแล้ว ยังเป็นที่นิยมในหมู่นักปีนเขาและคนที่ตั้งแคมป์ในป่ามาหลายชั่วรุ่นเพราะมีราคาถูก บางชนิดมีราคาเพียงห่อละ 4 ดอลลาร์ หรือ 123 บาทเท่านั้น
ที่มา 1 https://ahead.asia/2018/10/04/6-innovative-food-tech/ https://moocs.nia.or.th/article/food-tech-2021

วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

งานนวัตกรรม ว้าว ๆ

9. ผู้ป่วยมีเฮ!! ญี่ปุ่นผลิตเครื่องช่วยเดิน เครื่องช่วยเดิน “ Walking Assist” ที่ผลิตโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ได้ออกมาสร้างความสุขสำหรับผู้ป่วยให้สามารถเดินหรือเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวก โดยเครื่องนี้ ควบคุมการทำงานด้วยมอเตอร์และระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะประมวลข้อมูลจากเซ็นเซอร์ที่อยู่บนมุมสะโพกในขณะเดิน เพื่อรักษาสมดุล และช่วยให้เดินได้ง่ายขึ้น งานนี้เหล่าผู้ป่วยก็จะได้เดินออกกำลังกาย ชมนกชมไม้อย่างสมใจซะที ขอบคุณรูปจาก http://fareastgizmos.com/

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

เทคโนโลยี นวัตกรรม ว้าว ๆ

 



1) กางร่มให้โลกด้วยเทคโนโลยี Solar Geoengineering 

ในปี 1991 ภูเขาไฟปีนาตูโบในฟิลิปปินส์เกิดการปะทุขึ้น สร้างความเสียหายจำนวนมาก หลายครัวเรือนต้องสูญเสียที่อยู่อาศัยและต้องตกงาน แต่ในเรื่องเลวร้ายก็ยังมีเรื่องดีอยู่บ้าง เพราะเถ้าภูเขาไฟและฝุ่นที่ลอยขึ้นไปในชั้นบรรยากาศนั้นส่งผลให้โลกเย็นลงถึง 0.5 องศาเซลเซียสนานกว่า 4 ปี

ด้วยเหตุนี้เองจึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่เรียกว่า “Solar Geoengineering” หรือการกางร่มให้โลกแบบเดียวกับที่ภูเขาไฟทำโดยบังเอิญ แต่วิศวกรจะทำโดยตั้งใจ อย่างไรก็ตาม มีการถกเถียงกันมาอย่างยาวนานว่าวิธีนี้จะได้ผลจริงหรือเปล่า จะกระทบสภาพอากาศของโลกไหม หรือถ้าทำสำเร็จ มันจะทำให้คนเลิกรักษ์โลกหรือเปล่า ข้อกังขามากมายทำให้เทคโนโลยีนี้ยังไม่ถูกสนับสนุนและพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ

ถึงกระนั้น ในปี 2022 นี้ กลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดก็ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะลองปล่อยบอลลูนขึ้นไปในชั้นบรรยากาศสตราโทสเฟียร์ และปล่อยวัสดุบางอย่างที่มีการทำงานคล้ายกับเถ้าภูเขาไฟ (อย่างแคลเซียมคาร์บอเนต) จำนวน 2 กิโลกรัม เพื่อวัดผลดูว่าจะกระจายวงกว้างแค่ไหนและมีผลกระทบอย่างไรบ้าง

ผู้ที่เห็นด้วยกับเทคโนโลยีนี้มองว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เราต้องเข้าใจเรื่องนี้ เพราะหากเราลดการปล่อยก๊าซไม่ได้และต้องการซื้อเวลาเพื่ออยู่ต่อบนโลกนี้จริงๆ เทคโนโลยี Solar Geoengineering นี่แหละอาจเป็นคำตอบ 

เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ทดลองส่งทำใหม่

“นวัตกรรมการแพทย์” โอกาสและความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ


กาชาดกำเนิดขึ้นเนื่องมาจากความปรารถนาที่จะช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในสนามรบ โดยไม่เลือกเชื้อชาติ วรรณะ ลัทธิศาสนา ซึ่งการช่วยเหลือกระทำทั้งในประเทศของตนเอง และต่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อป้องกันและบรรเทาทุกข์ทรมานของมนุษย์ทุกหนแห่ง โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะคุ้มครองชีวิตและสุขภาพของทุกคน เคารพต่อสิทธิมนุษยชน สนับสนุน และส่งเสริมความเข้าใจ ความเป็นมิตรภาพและความร่วมมือ รวมถึงการส่งเสริมสันติภาพ ระหว่างประชากรทั้งมวล


ความเท่าเทียมและความเสมอภาคในการเข้าถึงบริการทางสุขภาพ (Health equity) เป็นสิ่งที่ประชากรโลกทุกคนควรจะได้รับด้วยความเป็นธรรม เท่าเทียม ปราศจากความแตกต่าง ไม่ว่าจะมีความแตกต่างกันในด้านเชื้อชาติ สังคม สถานะทางเศรษฐกิจ ศาสนา หรือถิ่นที่อยู่อาศัย โดยในประเทศไทยหลังจากที่มีพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ทำให้เกิดระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ระบบประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ ตลอดจนสิทธิในการเข้ารับการบริการในกรณีอุบัติเหตุและฉุกเฉิน (Universal Coverage for Emergency Patient : โครงการ UCEP) ที่ทำให้คนไทยสามารถเข้าถึงการรักษาได้เกือบทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามการดูแลประชาชนคนไทยให้สามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมนั้นในทางปฏิบัติทำได้ยาก เนื่องจากข้อจำกัดต่างๆ เช่น การกระจุกตัวของบุคลากรทางการแพทย์ งบประมาณสาธารณสุขของประเทศไทย การกำกับดูแลค่าบริการทางการแพทย์ของสถานพยาบาลเอกชน ฯลฯ


“นวัตกรรม” จึงเป็นอีกคำตอบหนึ่งที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้เปราะบางและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่แพร่ระบาดอยู่ทั่วโลก รวมถึงในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย ทำให้มีผู้ป่วยเพิ่มจำนวนสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางที่เมื่อติดเชื้อแล้วจะมีความเสี่ยงที่มีความรุนแรงสูงกว่าวัยหนุ่มสาว จึงทำให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและอุปกรณ์การแพทย์โดยฝีมือคนไทยขึ้นมากมาย เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีและอุปกรณ์การแพทย์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งนอกจากจะมีราคาสูงแล้ว ยังอยู่ในสภาวะขาดแคลน เนื่องจากมีความต้องการทั่วโลก


สำหรับตัวอย่างนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและอุปกรณ์การแพทย์ฝีมือคนไทยที่ถูกสร้างสรรค์มาเพื่อร่วมกันฝ่าวิกฤตนี้ แบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่

 

  1. ระบบการติดตาม เช่น Agnos: ระบบดูแลผู้ป่วยโดยชุมชน เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ในการดูแลผู้ติดเชื้อหรือที่สงสัยว่าจะติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และทำงานร่วมกันระหว่างชุมชนและบุคลากรทางการแพทย์ โดยให้กรอกข้อมูลที่จำเป็นต่อการประเมินของทีมแพทย์อาสา เช่น โรคประจำตัว อาการไอ เจ็บคอ หายใจ เหนื่อยหอบ เพื่อประเมินระดับความรุนแรงของอาการตามเกณฑ์ผ่านระบบ 
  2. ระบบสุขภาพทางไกล ที่จะช่วยลดความเสี่ยงของการเดินทางมายังโรงพยาบาล เช่น ระบบติดตามการใช้ยาและแนะนำการใช้ยาที่บ้านสำหรับผู้ป่วย ระบบการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ป่วย ระบบการแพทย์ทางไกลสำหรับคัดกรองและติดตามโรคติดต่อ และระบบคัดกรองฟิล์มเอกซ์เรย์ปอดรองรับการอ่านภาพเอกซ์เรย์ 
  3. การเว้นระยะห่างทางสังคม เช่น ระบบ QueQ สำหรับแก้ปัญหาความหนาแน่นของการให้บริการฉีดวัคซีนและการตรวจหาเชื้อ และ 
  4. การบริหารจัดการอุปทาน เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์จำเป็น เช่น ชุดตรวจคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 แบบรวดเร็ว (ATK)  หน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำได้ที่สามารถป้องกันได้ทั้งการรับเชื้อโควิด-19 และ ห้องแยกผู้ป่วยที่แพร่กระจายเชื้อทางอากาศแบบถอดประกอบได้สำหรับผู้ป่วยหนักโรคโควิด-19

  5. นอกจากนี้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ยังได้มีโอกาสร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ บริษัท อินทรอนิคส์ จำกัด สนับสนุนและพัฒนาเพื่อสร้าง “เครื่องช่วยหายใจอัตราการไหลสูง (High flow Nasal Cannula - HFNC)” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่แพทย์ใช้รักษาชีวิตผู้ป่วยที่ติดเชื้อและมีปัญหาในการหายใจ โดยสามารถบำบัดด้วยการให้ออกซิเจนได้มากกว่า ผ่านสายช่วยหายใจทางช่องจมูก ซึ่งปกติเครื่อง HFNC มีการใช้งานอยู่แล้วในสถานพยาบาลสำหรับรักษาผู้ป่วยทางเดินหายใจที่ผิดปกติ แต่ในสถานการณ์ที่มีผู้ป่วยวิกฤตและกึ่งวิกฤตเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะมีการระดมจัดซื้อทั้งจากหน่วยงานของรัฐบาล หรือการขอรับบริจาคจากหน่วยงาน แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งานเนื่องจากต้องนำเข้าจากต่างประเทศที่มีจำนวนจำกัดและมีราคาที่สูง 


    เครื่อง HFNC ที่ผลิตโดยฝีมือคนไทยนี้ มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับเครื่องที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาสูง ด้วยประสบการณ์ทางด้านวิศวกรรมของบริษัทฯ และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำให้ได้สร้างต้นแบบที่ผ่านการทดสอบ และได้รับอนุญาตจากทางสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้สามารถผลิตและใช้งานได้ภายใต้ สถานการณ์ฉุกเฉินร่วมกับการควบคุมจากบุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญ และมีแผนดำเนินการขยายผล โครงการเพื่อกระจายเครื่อง HFNC ไปยังสถานพยาบาลที่มีความพร้อม และอยู่ภายใต้ประกาศข้อกำหนดของ อย. บริษัทฯ และสภากาชาดไทย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคาดหวังว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ด้วยเครื่อง HFNC ช่วยลดการนำเข้าและพึ่งพาผู้ผลิตจากต่างประเทศ โดยโครงการที่ขอรับทุนสนับสนุนจาก สนช. นี้จะเป็นการดำเนินการเพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงเครื่อง HFNC ไปยังสถานพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ ช่วยลดข้อจำกัดด้านงบประมาณสาธารณะสุขของประเทศไทย ทำให้ประชาชนคนไทยให้สามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม


    ที่มา

เทคโนโลยีใหม่

 ประชากรโลกทั้งใบ ณ ปี 2022 มีจำนวน 7.9 พันล้านคน ตามข้อมูลจาก worldometers และในจำนวนนี้ 2 พันล้านคน หรือประมาณ 25% ของประชากรโลก ยังเข้าไม่ถึง “น้ำสะอาด” ตามการประเมินของสภานวัตกรรมยุโรป หรือ EIC (European Innovation Council) ที่เปิดเผยตัวเลขออกมาเมื่อวันน้ำโลก (World Water Day) วันที่ 22 มีนาคม 2022 ที่ผ่านมา

ด้วยภารกิจที่หลายชาติให้ความสำคัญในเรื่องการจัดหาน้ำสะอาดและเพียงพอต่อมนุษยชาติ รวมถึงประเทศ

ต่าง ๆ ในสหภาพยุโรป (EU) ทางอียูจึงให้การสนับสนุน ให้ความรู้ และเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการที่คิดค้น วิจัย และพัฒนานวัตกรรมสำหรับการทำน้ำสะอาดและการเข้าถึงน้ำสะอาด เพราะตระหนักว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงเหตุผลด้านคุณภาพชีวิต แต่คือโอกาสทางธุรกิจ 

ในปีนี้ EU ก็ได้ให้ทุนสนับสนุนสตาร์ตอัปเพื่อพัฒนาเรื่องการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยมี 3 บริษัทในยุโรปที่คว้าทุนดังกล่าวได้ และสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ใหม่ ๆ ที่จะช่วยบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อลดปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำอันเป็นหนึ่งในวิกฤตของโลกที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

Mimbly
กรองน้ำสะอาดจากการซักล้างในเครื่องซักผ้า
มิมบลีย์ (Mimbly) สตาร์ตอัปจากโปรเจ็กต์รักษ์โลกของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งชาร์เมอร์ส ในเมืองโกเตนเบิร์ก ประเทศสวีเดน ได้พัฒนานวัตกรรมที่ได้รับการออกแบบและพัฒนามาเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำอย่างยั่งยืน จากการใช้เครื่องซักผ้าในชีวิตประจำวันของคนทั่วไป

มิมบลีย์หาวิธีทำให้น้ำที่ผ่านการใช้งานในเครื่องซักผ้าสามารถนำกลับมาใช้งานได้ใหม่ รวมถึงสลายไมโครพลาสติกที่ติดกับเสื้อผ้าไม่ให้ก่อปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมหลังผ่านกระบวนการซักล้าง โดยพัฒนาเทคโนโลยีกรองน้ำสะอาดจากการซักล้าง ด้วยอุปกรณ์ที่ติดตั้งเข้ากับเครื่องซักผ้า ทำงานโดยการดักจับไมโครพลาสติกแยกออกจากน้ำ แล้วส่งผ่านน้ำเหล่านั้นเข้าอุปกรณ์ที่ชื่อ “Mimbox” เพื่อแปลงน้ำเสียเป็นน้ำดีอีกครั้งหนึ่ง

Mimbox จะช่วยทั้งในเรื่องการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการบริโภคน้ำโดยไร้ประโยชน์ และสามารถรีไซเคิลน้ำเสียจากการซักล้างกลับมาเป็นน้ำดีที่ใช้ซ้ำได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดการใช้พลังงานในเครื่องทำความร้อน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยในยุโรปที่ทำให้การบริโภคพลังงานมีปริมาณสูงขึ้น

แม้ปัจจุบันอุปกรณ์ Mimbox จากมิมบลีย์จะยังอยู่ในช่วงทดลองใช้กับเครื่องซักผ้าในภาคอุตสาหกรรม เช่น ในโรงแรม หรืออพาร์ตเมนต์ให้เช่า ยังไม่ได้นำไปสู่ตลาดผู้บริโภครายย่อย แต่บริษัทก็พยายามพัฒนาการใช้งานผ่านการเก็บข้อมูลจากลูกค้า เพื่อหาวิธีนำน้ำจากการซักล้างกลับมาใช้ใหม่ และอนาคตจะสามารถนำมาใช้กับเครื่องซักผ้าตามครัวเรือนได้ โดยมีโครงการนำร่องในโกเตนเบิร์ก พร้อมเก็บข้อมูลทั้งเรื่องการประหยัดน้ำ การขจัดไมโครพลาสติก และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

อิซาเบลลา ปาล์มเกรน ซีอีโอและผู้ก่อตั้งมินบีลย์ บอกว่า การใช้งาน Mimbox ไม่เพียงเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำในเครื่องซักผ้าเท่านั้น แต่สิ่งที่บริษัทกำลังทำคือการสร้างความยั่งยืนที่มากขึ้นกว่าเดิม และด้วยความรู้ที่บริษัทมี เธอก็หวังว่าโซลูชันนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการบริโภคน้ำอย่างมีประสิทธิภาพได้

Ingeobras
บำบัดน้ำเสียในอุตสาหกรรมให้กลับมาใช้ซ้ำได้ใหม่
อินจีโอบราส (Ingeobras) สตาร์ตอัปจากสเปน ซึ่งมีเป้าหมายในการใช้เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำมันเสียในอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร ได้พัฒนาระบบการบำบัดน้ำเสียในชื่อว่า “ANAERGY” เพื่อบำบัดน้ำในเบื้องต้น พร้อมกับสร้างพลังงานระหว่างกระบวนการ และการบำบัดน้ำในระดับตติยภูมิ เพื่อนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง

ANAERGY เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนในการวิจัยและพัฒนาจากหลายหน่วยงาน เนื่องจากเทคโนโลยีนี้มีความก้าวหน้ามากสำหรับแวดวงอุตสาหกรรมบำบัดน้ำเสีย อีกทั้งการทำงานของระบบ ANAERGY ยังเป็นการแก้ปัญหาเรื่องน้ำเสียด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีผลการวิจัยพิสูจน์ว่าสามารถลดการปนเปื้อนในน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพถึง 99% ขณะเดียวกันก็สามารถลดต้นทุนการดำเนินการ การบำรุงรักษา และที่สำคัญคือช่วยลดพื้นที่ใช้สอยในกระบวนการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งแม้จะไม่ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ก็สำคัญมากสำหรับอุตสาหกรรมบำบัดน้ำเสีย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันระบบการทำงานของ ANAERGY มุ่งเป้าหมายไปที่อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมในภาคอาหารและการเกษตร ด้วยความมุ่งมั่นจะเข้าสู่ตลาดระดับบน ผ่านกระบวนการพิจารณาจากฝ่ายกำกับดูแลด้านกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า บริษัทจะสามารถยกระดับเข้าสู่ธุรกิจที่มีความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม และสามารถมีรายได้ สร้างผลกำไรจากการพัฒนาเทคโนโลยีจนเป็นธุรกิจได้

โซเฟีย ควินทานา ผู้จัดการฝ่ายวิจัยตลาดและการขายของอินจีโอบราส เปิดเผยว่า กลยุทธ์ใหม่ของยุโรปคือการสร้างสมดุลด้านสภาพภูมิอากาศและความเป็นกลางทางคาร์บอน (Climate Neutrality) ภายในปี 2050 ซึ่งการจะไปถึงเป้าหมายนั้นได้จำเป็นต้องใช้นวัตกรรมขับเคลื่อน และเธอมั่นใจว่า ด้วยระบบการบำบัดน้ำเสียของ ANAERGY จะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายดังกล่าว

Hydro Volta
แปลงน้ำเค็มให้เป็นน้ำจืด
ไฮโดรโวลต้า (Hydro Volta) จากเบลเยียม เป็นเจ้าของนวัตกรรมการแปลงน้ำเค็มเป็นน้ำจืด จากสิ่งที่รู้กันดีว่าน้ำบนโลกใบนี้ 70% คือน้ำทะเล และมีน้ำจืดเพียง 20% เท่านั้น ทั้งยังเป็นน้ำจืดที่ใช้สำหรับอุปโภคบริโภคได้เพียงไม่ถึงครึ่ง ดังนั้นความต้องการเทคโนโลยีสำหรับกระบวนการแยกเกลือออกจากน้ำจึงมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่วิธีการแบบเดิมอาจล้าสมัยไปแล้ว รวมถึงการแยกเกลือออกจากน้ำแบบเดิมในบางเทคโนโลยี ยังมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมด้วย

ไฮโดรโวลต้ามีเครื่องมือที่ได้การจดสิทธิบัตรและประกาศว่า สามารถแยกเกลือออกจากน้ำ แปลงน้ำเค็มเป็นน้ำจืด และมีประสิทธิภาพสูงกว่าเทคโนโลยีแบบเก่ามากถึง 60%

โซลูชันจากนวัตกรรมของไฮโดรโวลต้านี้ชื่อว่า “SonixED” เป็นระบบการแยกเกลือออกจากน้ำประสิทธิภาพสูงด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีอัลตราซาวนด์ ที่สามารถป้องกันการปนเปื้อน และเพิ่มประสิทธิภาพของสมองกลในการทำงานของระบบ เป็นเทคโนโลยีที่ทำงานผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีอิเล็กโทรไดอะไลซิส เทคโนโลยีอัลตราซาวนด์ (SonixED) และเทคโนโลยีสมองกลอื่น ๆ (ออสโมซิสแรงดันต่ำ) เพื่อนำไปสู่การทำ RO (Reverse Osmosis) หรือการแปลงโมเลกุลน้ำเพื่อนำไปใช้กินได้ โดยการทำงานของระบบนี้ มีทั้งตัวแปลงน้ำเค็มเป็นน้ำจืดในรูปแบบขนาดพกพาใช้ในครัวเรือน ขนาดกลางและขนาดใหญ่สำหรับใช้ในภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจต่าง ๆ ในราคาที่เข้าถึงได้

จอร์จ บริก ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งไฮโดรโวลต้า บอกว่า น้ำสะอาดต้องเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ทุกที่ และการทำงานของบริษัทจะทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นได้จริง

ที่มา :
บทความ “World Water Day: Discover EIC innovations working on water saving solutions” จาก https://eic.eismea.eu
mimbly.se
ingeobras.com/en
hydrovolta.com

เรื่อง : รวิ รัชนีกร