วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

วันพุธที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

นวัตกรรม ว้าว ๆ By กีรติ

ปัจจุบันความกังวลข้อสำคัญในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าคือที่ชาร์จ หลายพื้นที่ยังขาดแคลนแหล่งชาร์จให้ใช้งานอย่างเพียงพอ ปัญหาที่จะยิ่งทวีความรุนแรงเมื่อความนิยมในรถยนต์ไฟฟ้าขยายตัว แต่ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนกับถนนอัจฉริยะที่ชาร์จพลังงานโดยอัตโนมัติ EV หรือ รถยนต์ไฟฟ้าถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการส่งเสริมผลักดันรอบด้าน หลายภาคส่วนทยอยเปลี่ยนผ่านจากเครื่องยนต์สันดาปมุ่งสู่พลังงานสะอาด แต่สำหรับหลายท่านนี่อาจยังเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ตอบโจทย์ จากระยะเวลาชาร์จยาวนานจนรู้สึกใช้งานไม่สะดวก
ข้อจำกัดนั้นเองทำให้เกิดแนวคิดพัฒนาการชาร์จ นำไปสู่ถนนระบบการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไร้สาย เส้นทางสาย EV สู่ถนนอัจฉริยะที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอัตโนมัติ การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไร้สาย นวัตกรรมแห่งอนาคต เมื่อพูดถึงการส่งผ่านพลังงานไร้สาย หลายท่านอาจนึกย้อนถึง นิโคลา เทสลา บิดาแห่งแวดวงวิศวกรรมไฟฟ้า นำไปสู่แนวคิดการปรับใช้การส่งผ่านพลังงานนี้เข้าสู่อุปกรณ์ชนิดต่างๆ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างสมาร์ทโฟน ที่ปัจจุบันมีแท่นชาร์จไร้สายให้ออกมาใช้งาน เมื่อโลกเข้าสู่ยุคสมัยแห่งยานยนต์ไฟฟ้าข้อด้อยด้านระยะเวลาชาร์จคือสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายคนจึงเริ่มคิดถึงเทคโนโลยีการชาร์จไร้สาย จนเริ่มมีการคิดค้นระบบชาร์จไร้สายแก่ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อขจัดปัญหาทั้งในด้านระยะเวลาเติมพลังงาน ระยะทาง และสถานีชาร์จโดยสิ้นเชิง เพื่อช่วยจูงใจให้คนเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปเร็วยิ่งขึ้น แนวทางของระบบนี้อาศัยการเหนียวนำและสั่นพ้องของแม่เหล็ก เพื่อส่งผ่านพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งกำเนิดเข้าสู่ยานยนต์ ทำให้เกิดการพัฒนาแท่นชาร์จไร้สายขึ้นมาหลายชนิด ไปจนการพัฒนาระบบชาร์จไร้สายให้รองรับพลังงานได้แม้รถกำลังวิ่งอยู่บนถนนของบริษัทต่างๆ เช่น - Witricity สตาร์ทอัพที่คิดค้นระบบชาร์จไร้สายผ่านสนามแม่เหล็ก อาศัยการติดตั้งแม่เหล็กในลานจอดรถ - Conductix-Wampfler กับรถบัสไฟฟ้าที่สามาถชาร์จได้ขณะวิ่งอยู่ มีการใช้งานในอิตาลีมานานถึง 10 ปี - Bombardier ระบบชาร์จไร้สายแก่ รถบัส และ รถรางเบา ขณะวิ่งที่มีการใช้งานในเยอรมนี - EVWireless พัฒนาระบบชาร์จไร้สายรุ่นใหม่ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่งแรงดันไฟฟ้าให้สูงขึ้น ด้วยความต้องการในการผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าให้แพร่หลายเป็นที่ยอมรับแก่ผู้บริโภค จึงเกิดการแข่งขันของบริษัทยานยนต์จนถึงพลังงานจำนวนมาก นำไปสู่ความรุดหน้าของเทคโนโลยีการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า หลายประเทศยังเริ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่คอยรองรับ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่อนาคตนับจากนี้ เส้นทางสาย EV สู่ถนนอัจฉริยะที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอัตโนมัติ ถนนอัจฉริยะที่ชาร์จพลังงานแก่ EV โดยอัตโนมัติ แนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแก่รถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันคือ การสร้างแท่นชาร์จจำนวนมากขึ้นรองรับแนวโน้มการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้า แต่ที่ได้รับการพูดถึงไม่แพ้กันคือ การสร้างถนนอัจฉริยะ หรือถนนสาธารณะที่มีคุณสมบัติชาร์จพลังงานให้รถยนต์ไฟฟ้าไร้สาย เพียงวิ่งผ่านก็จะช่วยเติมพลังงานให้แก่ยานยนต์ไฟฟ้าได้ ประเทศที่ให้ความสนใจแนวทางนี้คือเยอรมนี กับบริษัท Electreon ที่ประสบความสำเร็จในการติดตั้งถนนอัจฉริยะให้แก่รถโดยสารสาธารณะในเมือง Karlsruhe ที่มีการจัดสร้างถนนอัจฉริยะเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนรถบัสไฟฟ้าภายใต้ชั่วโมงเร่งด่วน ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จพลังงานลงมาก จึงได้รับการสนับสนุนให้สร้างถนนอัจฉริยะในครั้งนี้ ทางบริษัทจะได้รับงบประมาณ 3.2 ล้านยูโร(115ล้านบาท) เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของถนนอัจฉริยะแก่เมือง Balingen เป็นระยะทางยาว 1 กิโลเมตร ตามเส้นทางถนนที่ใช้สำหรับรถขนส่งสาธารณะ แต่ก็เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงและมีโอกาสใช้งาน โดยคาดหวังให้นี่เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการพัฒนาเส้นทางถนนภายในประเทศต่อไป ประเทศที่ขาดไม่ได้เมื่อพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้าคือ สหรัฐฯ บริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติอิสราเอล Electreon Wireless วางแผนสร้างถนนอัจฉริยะที่สามารถชาร์จพลังงานให้แก่ EV โดยอาศัยระบบขดลวดภายใต้พื้นและใช้การเหนี่ยวนำไฟฟ้าในการส่งผานพลังงาน หลักการทำงานแบบเดียวกับแท่นชาร์จไร้สายของสมาร์ทโฟน ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้รถยนต์ไฟฟ้า โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทจากอิสราเอล กับบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ Ford และบริษัทพลังงาน DTE Energy โดยถนนอัจฉริยะที่จะทำการจัดสร้างนี้เป็นถนนต้นแบบมีระยะทาง 1.6 กิโลเมตร ภายในเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน เป็นที่แรก และคาดว่าจะพร้อมเปิดตัวให้ทดลองใช้ภายในปี 2023 นี้ อีกประเทศที่มีการทดลองทางด้านนี้เช่นกันคือ ญี่ปุ่น จากบริษัทรถยนต์ Denso และบริษัทก่อสร้าง Obayashi ได้จับมือร่วมกันทดสอบพื้นผิวถนนที่สามารถชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอัตโนมัติ โดยประสบความสำเร็จในการทดสอบนำรถยนต์ไฟฟ้าให้วิ่งได้ต่อเนื่องโดยที่ระดับความเร็ว 15 กิโลเมตร/ชั่วโมง และตั้งเป้าว่าถนนอัจฉริยะนี้จะพร้อมใช้งานจริงในปี 2025 นอกจากประเทศที่กล่าวไปข้างต้นยังมีอีกหลายแห่งที่เร่งพัฒนาเทคโนโลยีนี้ ทั้งสิงคโปร์, สวีเดน, เกาหลีใต้ ไปจนถึงจีน ทั่วโลกต่างพัฒนาถนนอัจฉริยะนี้อย่างต่อเนื่อง แม้การพัฒนาเทคโนโลยีนี้จะไม่ใช่เรื่องง่ายจากข้อจำกัดในหลายด้าน แต่หลายชาติต่างเห็นตรงกันว่า นี่อาจเป็นอนาคตในการคมนาคมของประเทศในยุคต่อไป คงต้องรอดูต่อไปว่าประเทศใดจะประสบความสำเร็จและใช้งานถนนอัจฉริยะนี้เต็มตัวก่อนกัน ที่มา https://interestingengineering.com/innovation/germany-first-public-ev-charging? https://www.posttoday.com/innovation/1362 https://www.enr.com/articles/53565-michigan-dot-selects-firm-for-first-us-wireless-vehicle-charging-road-infrastructure https://asia.nikkei.com/Business/Technology/Japan-tests-roads-for-EV-wireless-charging-with-2025-goal ข่าวล่าสุด ครม.รับทราบหนี้ 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว' ส่งรัฐบาลหน้าสางหนี้ ครม.รับทราบหนี้ 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว' ส่งรัฐบาลหน้าสางหนี้ เปิดสภาทำงานทันที'สรรเพชญ'ยื่น2กระทู้ช่วยชาวสงขลา เปิดสภาทำงานทันที'สรรเพชญ'ยื่น2กระทู้ช่วยชาวสงขลา ดิจิลิ้งก์ คว้าพาร์ทเนอร์ 2 แอปจีน ปูทางบุกตลาดแดนมังกร ดิจิลิ้งก์ คว้าพาร์ทเนอร์ 2 แอปจีน ปูทางบุกตลาดแดนมังกร ถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ กับ ไม่ถูกต้องแต่ถูกใจ ถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ กับ ไม่ถูกต้องแต่ถูกใจ กกร.คงเป้าจีดีพี ปี66 โต 3-3.5% หวังตั้งรัฐบาลโดยเร็วหนุนเศรษฐกิจ กกร.คงเป้าจีดีพี ปี66 โต 3-3.5% หวังตั้งรัฐบาลโดยเร็วหนุนเศรษฐกิจ ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต related-icon BPClip อุปกรณ์วัดความดันโลหิตจากปลายนิ้วง่ายๆ ด้วยสมาร์ทโฟน related-icon สู่ยุคใหม่ IBM มุ่งพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์ 100,000 qubit related-icon Lumen เอไอจิตแพทย์ช่วยเหลืออาการซึมเศร้า related-icon Smart World: “บ้านครินทร์ (KARIN)” ต้นแบบบ้านประหยัดพลังงานจาก กฟผ. related-icon “กสิกรไทย” เดินหน้าเปลี่ยนอาคารหลักเป็น Zero Waste to Landfill ข่าวที่น่าสนใจ

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565

นวัตกรรมว้าว ๆ

หกเหกดเหกดกหดเดก 7. อาหารแห้งมื้อย่อส่วนพกสะดวก อาหารแห้งด้วยวิธีแช่เยือกแข็งสำหรับนักบินอวกาศ ถูกนำมาผลิตเพื่อการค้าโดยเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่ดึงดูดใจมากขึ้น เพื่อที่จะไปให้ถึงดวงจันทร์ ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางในอวกาศทั้งขาไปและขากลับรวม 13 วัน นาซาได้คิดหาหนทางที่จะประหยัดพื้นที่เก็บของและทำให้ยานอวกาศเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงเป็นที่มาของการคิดค้นวิธีเก็บเสบียงอาหารโดยไม่ให้เน่าเสีย ทั้งมีขนาดเล็กพกสะดวกไม่เทอะทะหรือรับประทานได้ลำบาก รำลึก 60 ปีส่ง 'สปุตนิก' สู่อวกาศ เราจะเข้าครอบครองเป็นเจ้าของที่ดินบนดวงจันทร์ได้หรือไม่? พอเพียงแบบนาซา เปลี่ยนปัสสาวะเป็นน้ำดื่ม ทางออกสำหรับเรื่องนี้คืออาหารที่ทำแห้งด้วยวิธีแช่เยือกแข็ง (Freeze-drying) กระบวนการที่ว่านี้จะดึงน้ำออกจากอาหารสดที่เพิ่งปรุงสำเร็จในภาวะอุณหภูมิต่ำ หากต้องการรับประทานเมื่อใดก็เพียงเติมน้ำร้อนเข้าไปเท่านั้น นอกจากอาหารแบบนี้จะดีต่อนักบินอวกาศแล้ว ยังเป็นที่นิยมในหมู่นักปีนเขาและคนที่ตั้งแคมป์ในป่ามาหลายชั่วรุ่นเพราะมีราคาถูก บางชนิดมีราคาเพียงห่อละ 4 ดอลลาร์ หรือ 123 บาทเท่านั้น
ที่มา 1 https://ahead.asia/2018/10/04/6-innovative-food-tech/ https://moocs.nia.or.th/article/food-tech-2021

วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

งานนวัตกรรม ว้าว ๆ

9. ผู้ป่วยมีเฮ!! ญี่ปุ่นผลิตเครื่องช่วยเดิน เครื่องช่วยเดิน “ Walking Assist” ที่ผลิตโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ได้ออกมาสร้างความสุขสำหรับผู้ป่วยให้สามารถเดินหรือเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวก โดยเครื่องนี้ ควบคุมการทำงานด้วยมอเตอร์และระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะประมวลข้อมูลจากเซ็นเซอร์ที่อยู่บนมุมสะโพกในขณะเดิน เพื่อรักษาสมดุล และช่วยให้เดินได้ง่ายขึ้น งานนี้เหล่าผู้ป่วยก็จะได้เดินออกกำลังกาย ชมนกชมไม้อย่างสมใจซะที ขอบคุณรูปจาก http://fareastgizmos.com/

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

เทคโนโลยี นวัตกรรม ว้าว ๆ

 



1) กางร่มให้โลกด้วยเทคโนโลยี Solar Geoengineering 

ในปี 1991 ภูเขาไฟปีนาตูโบในฟิลิปปินส์เกิดการปะทุขึ้น สร้างความเสียหายจำนวนมาก หลายครัวเรือนต้องสูญเสียที่อยู่อาศัยและต้องตกงาน แต่ในเรื่องเลวร้ายก็ยังมีเรื่องดีอยู่บ้าง เพราะเถ้าภูเขาไฟและฝุ่นที่ลอยขึ้นไปในชั้นบรรยากาศนั้นส่งผลให้โลกเย็นลงถึง 0.5 องศาเซลเซียสนานกว่า 4 ปี

ด้วยเหตุนี้เองจึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่เรียกว่า “Solar Geoengineering” หรือการกางร่มให้โลกแบบเดียวกับที่ภูเขาไฟทำโดยบังเอิญ แต่วิศวกรจะทำโดยตั้งใจ อย่างไรก็ตาม มีการถกเถียงกันมาอย่างยาวนานว่าวิธีนี้จะได้ผลจริงหรือเปล่า จะกระทบสภาพอากาศของโลกไหม หรือถ้าทำสำเร็จ มันจะทำให้คนเลิกรักษ์โลกหรือเปล่า ข้อกังขามากมายทำให้เทคโนโลยีนี้ยังไม่ถูกสนับสนุนและพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ

ถึงกระนั้น ในปี 2022 นี้ กลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดก็ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะลองปล่อยบอลลูนขึ้นไปในชั้นบรรยากาศสตราโทสเฟียร์ และปล่อยวัสดุบางอย่างที่มีการทำงานคล้ายกับเถ้าภูเขาไฟ (อย่างแคลเซียมคาร์บอเนต) จำนวน 2 กิโลกรัม เพื่อวัดผลดูว่าจะกระจายวงกว้างแค่ไหนและมีผลกระทบอย่างไรบ้าง

ผู้ที่เห็นด้วยกับเทคโนโลยีนี้มองว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เราต้องเข้าใจเรื่องนี้ เพราะหากเราลดการปล่อยก๊าซไม่ได้และต้องการซื้อเวลาเพื่ออยู่ต่อบนโลกนี้จริงๆ เทคโนโลยี Solar Geoengineering นี่แหละอาจเป็นคำตอบ 

เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก